SEP 24 2012

การลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด

Uncategorized

การลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด

เสี่ยงมากก็ได้มาก เสี่ยงน้อยก็ได้น้อย นะครับ มาดูกันครับ
 เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก หรือแม้แต่ต่อไปกฎหมายสถาบันคุ้มครองเงินฝากจะทำให้เงินฝากธนาคารของเราไม่ได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวนอีกต่อไป เราจึงควรทำความรู้จักกับช่องทางการลงทุนอื่นที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนใกล้เคียงกับเงินฝาก เช่น

พันธบัตร จัดเป็นหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากผู้ออกเป็นหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกันให้อีกทีหนึ่ง ทำให้ไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิต คือ ไม่ต้องกลัวว่าผู้ออกจะไม่สามารถชำระดอกเบี้ยและเงินต้นได้ แต่ทั้งนี้ ผู้ลงทุนในพันธบัตรก็ยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านอื่น ๆ เช่นเดียวกับการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไป

   เมื่อสามารถตัดปัจจัยความเสี่ยงด้านเครดิตออกไปได้ การลงทุนในพันธบัตรจึงมีความซับซ้อนน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน เรื่องสำคัญที่ผู้ลงทุนควรจะพิจารณาก็คือ อัตราดอกเบี้ยและอายุของพันธบัตรว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของตนหรือไม่ โดยทั่วไปอัตราดอกเบี้ยและอายุของพันธบัตรจะผันแปรไปในทิศทางเดียวกัน คือพันธบัตรที่มีอายุสั้นก็มักจะให้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ส่วนพันธบัตรที่มีอายุยาวขึ้นก็มักจะให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยกับการสูญเสียโอกาสในการลงทุนอื่น ๆ อย่างไรก็ดี การลงทุนในพันธบัตรก็ยังคงมีข้อจำกัดตรงที่ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง และเนื่องจากพันธบัตรมีความเสี่ยงต่ำ ทำให้เป็นที่นิยมของนักลงทุนทั่วไป เมื่อมีการเปิดจำหน่าย พันธบัตรจึงมักจะหมดอย่างรวดเร็ว ผู้ลงทุนหลาย ๆ รายจึงอาจจองซื้อไม่ทัน
ตั๋วเงินคลัง เป็นหลักทรัพย์ที่ออกโดยกระทรวงการคลังเพื่อกู้ยืมเงินระยะสั้นอายุไม่เกิน 1 ปี โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดการขายตั๋วเงินคลังด้วยวิธีประมูลและมีอัตราขั้นต่ำในการซื้อ ซึ่งโดยทั่วไปผู้ที่ซื้อตั๋วเงินคลังได้จะเป็นสถาบันการเงิน กองทุนต่าง ๆ เท่านั้น ดังนั้น หากผู้ลงทุนสนใจที่จะลงทุนในตั๋วเงินคลัง ก็จะต้องลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตั๋วเงินคลัง
เป็นตราสารทางการเงินประเภทหนึ่ง โดยผู้ออกตั๋วสัญญาจะใช้เงินให้กับอีกบุคคลหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในตั๋วสัญญาใช้เงิน ซึ่งถือว่าเป็นเอกสารที่ใช้ในการกู้ยืมเงินกันได้ถูกต้องตามกฎหมาย ตั๋วสัญญาใช้เงินช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ประกอบกิจการที่ขาดเงินหมุนเวียน นอกเหนือจากการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงินมีกฎหมายรองรับ มีระบุข้อมูลที่สำคัญอย่างชัดเจน เช่น วันออกตั๋ว วันถึงกำหนดชำระ จำนวนเงิน สถานที่ใช้เงิน ลายมือชื่อผู้ออกตั๋ว เป็นต้น
มีลักษณะคล้ายกับการฝากเงินแต่แทนที่จะนำเงินไปฝากไว้กับธนาคารซึ่งจะได้หลักฐานเป็นสมุดฝากเงิน การลงทุนในบัตรเงินฝาก ก็จะได้รับบัตรเงินฝากเป็นหลักฐานการรับฝากแทน ข้อดีของบัตรเงินฝากก็คือ มักจะให้ผลตอบแทนสูงเนื่องจากผู้ลงทุนมักเป็นลูกค้ารายใหญ่และธนาคารผู้ออกบัตรเงินฝากมีความยืดหยุ่นในการเสนออัตราผลตอบแทนมากกว่า โดยจะขึ้นอยู่กับธนาคารแต่ละแห่งว่าที่ใดจะมีข้อเสนอที่ดีกว่ากัน ธนาคารแต่ละแห่งมีอิสระที่จะกำหนดผลตอบแทนให้ลูกค้าของตนเองไม่เหมือนกับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก นอกจากนี้ ผู้ลงทุนสามารถขายคืนบัตรเงินฝากได้ตามราคาที่ธนาคารผู้ออกหรือ dealer กำหนด
กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายคุ้มครองเงินลงทุนเริ่มแรก โดยเงินลงทุนของกองทุนประเภทนี้จะแบ่งเป็น2 ส่วน คือ เงินลงทุนในส่วนที่ได้รับการคุ้มครองซึ่งกองทุนต้องนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมาก เพื่อที่จะสามารถคุ้มครองเงินลงทุนเริ่มแรกได้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือเงินฝาก เป็นต้น โดยเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่น หุ้น เป็นต้น เพื่อให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนเพิ่มมากขึ้น และเนื่องจากในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการรับประกันเงินฝากในวงเงินจำกัด ดังนั้น กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น จึงเป็นอีกทางเลือกของผู้ลงทุนที่ชอบลงทุนแบบความเสี่ยงต่ำ
กองทุนรวมตลาดเงิน ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี หรือายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในกองทุนรวมไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งจัดได้ว่าเป็นการลงทุนอีกอย่างหนึ่งที่มีสภาพคล่องสูง สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้รวดเร็วเนื่องจากเป็นกองทุนที่เปิดให้ซื้อขายได้ทุกวันทำการ โดยจะได้รับเงินภายในวันรุ่งขึ้นหลังจากสั่งขายหน่วยลงทุน และยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเนื่องจากมีนโยบายการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ ตั๋วเงินคลัง ตั๋วแลกเงิน ที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี และมีคุณภาพดีคือมี credit rating อยู่ในระดับ investment grade แต่ทั้งนี้ผลตอบแทนที่จะได้รับก็จะต่ำตามไปด้วย
 จากลักษณะดังกล่าว กองทุนรวมประเภทนี้จึงเหมาะกับเงินลงทุนระยะสั้น ที่มีแผนจะต้องนำไปใช้จ่ายในอนาคตอันใกล้หรือรอจังหวะเพื่อนำไปลงทุนในหลักทรัพย์อื่น ๆ แทนที่จะฝากเงินกับธนาคารหรือถือเงินสดไว้ โดยผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์ทั้งในแง่ของความคล่องตัวในการไถ่ถอนหน่วยลงทุน และยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก อีกทั้งกำไรจากการขายหน่วยลงทุนก็ไม่ต้องเสียภาษีด้วย
 จากที่กล่าวมาทั้งหมดเกี่ยวกับสินค้าเพื่อการลงทุนในตลาดทุนนั้น กองทุนรวมจัดเป็นสินค้าทางการเงิน ที่มีระดับความเสี่ยงที่หลากหลายขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุนรวมว่ามีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทใด ทั้งนี้ กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือ Foreign Investment Fund (FIF) จะมีความเสี่ยงอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ได้แก่ ความเสี่ยงของสภาพเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศที่กองทุนรวมเข้าไปลงทุน (country risk) และความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (foreign exchange rate risk) ซึ่งหากเป็นกองทุนที่ไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (hedging) หรือป้องกันไว้เพียงแค่บางส่วน ระดับความเสี่ยงของกองทุนรวมจะอยู่ในระดับสูง-สูงมาก แต่หากมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ระดับความเสี่ยงของกองทุนรวมจะอยู่ในระดับต่ำ-สูง โดยขึ้นอยู่กับหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่กองทุนรวม FIF เลือกลงทุน

There are no comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

advertising
Recent Posts
advertising